สารจากเอกอัครราชทูตประจำสาธารณรัฐประชาชนจีน เนื่องในโอกาส ฉลองครบรอบ 40 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน

สารจากเอกอัครราชทูตประจำสาธารณรัฐประชาชนจีน เนื่องในโอกาส ฉลองครบรอบ 40 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน


       เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 40 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและจีน ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2558 ผม ในฐานะเอกอัครราชทูตประจำสาธารณรัฐประชาชนจีน ขอส่งความปรารถนาดีจากพี่น้องชาวไทยมายังพี่น้องชาวจีนที่รักทุกท่าน

       ปีนี้ จึงเป็นโอกาสที่เหมาะสมที่ไทยและจีนจะร่วมกันทบทวนพัฒนาการความสัมพันธ์ ที่ผ่านมา และช่วยกันยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้มีความเป็นหุ้นส่วนที่ใกล้ชิดในทุกมิติ

       แม้ปีนี้ ไทยและจีนจะเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูต ครบรอบ 40 ปี แต่ใน ความเป็นจริง สองประเทศมีการติดต่อและความสัมพันธ์มายาวนานกว่า 1,000 ปี ทำให้มีความใกล้ชิดทั้งในด้านเชื้อชาติ วัฒนธรรม ประเพณี และในระดับประชาชน ชาวจีนโพ้นทะเลจำนวนมากอาศัยอยู่ในประเทศไทย และประสบความสำเร็จในการดำรงชีวิต และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศไทยและความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน

       ไทยและจีนมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและรอบด้านในทุกระดับ มีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงอย่างต่อเนื่อง การเสด็จพระราชดำเนินเยือนจีนของพระบรมวงศานุวงศ์ โดยเฉพาะสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ก่อให้เกิดความร่วมมือที่ใกล้ชิดใน หลายด้าน จึงถือว่า ทรงมีคุณูปการอย่างสูงต่อการพัฒนาความสัมพันธ์ไทย-จีน

       ไทยและจีนมีการขยายความร่วมมือเชิงลึกในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการค้า การลงทุน สังคม วัฒนธรรม และการไปมาหาสู่ในระดับประชาชน โดยเฉพาะด้านการค้า ซึ่งจีน ถือเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทย ในปี 2557 มูลค่าการค้าสองฝ่าย มีกว่า 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การลงทุนระหว่างกันขยายมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นทุกปี อีกมิติที่สำคัญ คือ การท่องเที่ยว ซึ่งนักท่องเที่ยวจีน ถือเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติอันดับหนึ่งที่เดินทาง ไปไทย โดยในปี 2557 มีนักท่องเที่ยวจีนไปไทยกว่า 4.6 ล้านคน และในปี 2558 คาดว่า จะมีถึง 5 ล้านคน นับเป็นมิติที่ช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจของไทย และเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความสนิทสนม คุ้นเคย และความเข้าใจ ระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ ซึ่งเป็นพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีนที่เข้มแข็งต่อไป

       ปัจจุบัน ไทยมีสถานเอกอัครราชทูตฯ และสถานกงสุลใหญ่ 9 แห่งในจีน โดยจีนถือเป็นประเทศ ที่ไทยมีสำนักงานมากที่สุดในโลก และไทยเป็นประเทศที่มีสำนักงานมากที่สุดในจีน แสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่ไทยมีให้กับจีน ทั้งส่วนกลาง และระดับมณฑล

       เนื่องในโอกาสพิเศษของความสัมพันธ์ไทย-จีนในปีนี้ รัฐบาลทั้งสองประเทศ รวมถึง สถานเอกอัครราชทูตฯ และสถานกงสุลใหญ่ในจีนทุกแห่งมีการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง การจัดสัมมนาทางธุรกิจ และการแสดงทางวัฒนธรรม ที่สำคัญ ในปีนี้ ไทยได้รับเกียรติเป็นประเทศเกียรติยศ เข้าร่วมงาน China – ASEAN Expo ที่นครหนานหนิง ในเดือนกันยายน 2558 และพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาร่วมงานดังกล่าว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมหลักที่จะฉลองครบรอบความสัมพันธ์ฯ ด้วย

       นับจากนี้ไป ผมเชื่อมั่นว่า ไทยและจีนจะพัฒนาความสัมพันธ์ไปสู่อีกระดับที่ไม่ได้เป็นเพียงมิตรประเทศ ดังคำโบราณที่ว่า “ไทย-จีน ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” เท่านั้น แต่เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์และการพัฒนาที่มีศักยภาพ สามารถเกื้อกูลซึ่งกันและกัน และ ที่สำคัญ ทำคุณประโยชน์ต่อภูมิภาคร่วมกันอีกด้วย โดยเฉพาะนโยบาย “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” ซึ่งประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ให้ความสำคัญนั้น สอดคล้องกับนโยบายและยุทธศาสตร์ของไท ยในด้านการเชื่อมโยงภูมิภาค (connectivity) ซึ่งประเทศไทยนับเป็นกลจักรสำคัญ ไม่ใช่แค่เพียงประเทศที่อยู่บนเส้นทางดังกล่าว แต่เป็นศูนย์กลางที่สำคัญสำหรับการพัฒนาภูมิภาคด้วย

       โครงการความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทยและจีน ที่กำลังดำเนินการอยู่ ณ ขณะนี้ และคาดว่า จะสามารถเริ่มสร้างได้ภายในปลายปีนี้ นับเป็นประจักษ์พยาน และสัญลักษณ์ที่สำคัญ ของศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ไทย-จีน ที่นอกจากจะมีความเป็นรูปธรรมแล้ว ยังมีความเข้มแข็งและมีคุณค่า เป็นประโยชน์ไม่ใช่เฉพาะต่อไทยและจีน แต่เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญต่อการพัฒนาภูมิภาคและโลกต่อไปอีกด้วย

       ด้วยความรักและความผูกพันที่มีต่อกันระหว่างประชาชนไทยและจีน ผมเชื่อว่า ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างสองประเทศจะมีความยั่งยืน และพัฒนายิ่งขึ้นตลอดไป

                                                                                                              ฯพณฯ นายธีรกุล นิยม

                                                                                                    เอกอัครราชทูตประจำสาธารณรัฐประชาชนจีน

SHARE