เอกอัครราชทูตประจำสาธารณรัฐประชาชนจีนพบปะชุมชนนักเรียนไทย ณ ทำเนียบเอกอัครราชทูต

เอกอัครราชทูตประจำสาธารณรัฐประชาชนจีนพบปะชุมชนนักเรียนไทย ณ ทำเนียบเอกอัครราชทูต

      เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2557 เวลา 17.00-20.30 น. นายวิบูลย์ คูสกุล เอกอัครราชทูตประจำสาธารณรัฐประชาชนจีนได้เปิดทำเนียบเอกอัครราชทูตฯ และเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำแก่ชุมชนนักเรียนไทยกว่า 120 คน จาก 11 สถาบันการศึกษา ที่เชิญมาพูดคุยและแนะนำการดำเนินชีวิตและศึกษาในประเทศจีน รวมทั้งการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ข้อควรระวัง รวมถึงแนวทางการแก้ปัญหาต่าง ๆ โดยในช่วงที่ผ่านมามีนักเรียนไทยประสบปัญหากรณียาเสพติดจำนวนสองราย เอกอัครราชทูตฯ จึงใช้โอกาสครั้งนี้พบปะกับนักเรียน โดยกิจกรรมดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย “เปิดทำเนียบทูตไทย” (open-house policy) เพื่อเข้าถึงเยาวชน/คนรุ่นใหม่ที่เป็นอนาคตของประเทศและความสัมพันธ์ไทย-จีน

      เอกอัครราชทูตฯ ได้กล่าวต้อนรับและให้โอวาทแก่นักเรียนไทย โดยเน้นย้ำว่า การที่นักเรียนไทยสนใจภาษาจีนและมาศึกษาที่จีนนับเป็นนิมิตหมายที่ดี และมาถูกทางแล้ว เนื่องจากถนนทุกสายมุ่งสู่จีน และจะเป็นเครื่องมือที่มีคุณค่าต่อไปในอนาคต และสอดคล้องกับนโยบายและวัตถุประสงค์ของสถานเอกอัครราชทูตฯ ที่ต้องการขยายเพิ่มพูนความสัมพันธ์กับทุกภาคส่วน รวมถึงเยาวชน ตลอดจนสะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีนที่พัฒนาดีขึ้นเรื่อย ๆ ในทุกระดับ โดยเฉพาะในระดับประชาชนซึ่งมีความใกล้ชิดผูกพันกันแนบแน่นมากขึ้น ซึ่งเป็นความหวังและเป็นอนาคตของความสัมพันธ์ไทย-จีนต่อไป 

      เอกอัครราชทูตฯ กล่าวถึงสถานการณ์ในประเทศไทยในปัจจุบันที่ได้คลี่คลายมาในระดับหนึ่ง สถานเอกอัครราชทูตฯ จะทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของประเทศไม่ว่าสถานการณ์การเมืองจะเปลี่ยนไปโดยที่ผ่านมา เอกอัครราชทูตฯ ได้ทำหน้าที่ชี้แจงอธิบายถึงสถานการณ์ให้กับหน่วยงานต่างๆ ของจีน รวมถึงภาคเอกชนในโอกาสต่างๆ เพื่อสร้างความมั่นใจ โดยเน้นย้ำว่าไม่ว่าเหตุการณ์การเมืองในไทยจะเปลี่ยนไปอย่างไร นโยบายเปิดด้านเศรษฐกิจของไทยจะไม่เปลี่ยนแปลง โดยเห็นได้จากประสบการณ์ที่ผ่านมาในอดีต และที่สำคัญความสัมพันธ์ไทย-จีนในภาพรวมได้พัฒนามาถึงช่วงที่ดีที่สุดช่วงหนึ่ง ดังนั้น รัฐบาลไทยทุกสมัยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสัมพันธ์ไทย-จีน และจะพัฒนาให้มั่นคงยิ่งขึ้นต่อไป เอกอัครราชทูตฯ ยังบรรยายสรุปว่า จุดประสงค์ในการเข้ามาดำเนินการรักษาความสงบทางการเมืองและบริหารประเทศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็เพื่อไม่ให้สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองก่อนหน้านี้ก่อให้เกิดความรุนแรงและแตกแยกมากขึ้นในสังคมไทย คสช. ได้ดำเนินการผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการประกาศยกเลิก curfew ในพื้นที่เมืองพัทยา เกาะสมุย และภูเก็ต เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 57 ที่สำคัญ เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 57 คสช. ได้ประกาศแผนการ (roadmap) 3 ขั้นตอนที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม

      นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตฯ ยังได้บรรยายภาพรวมความสัมพันธ์ไทย-จีน รวมถึงสถานการณ์การเมืองและเศรษฐกิจจีนภายใต้แกนนำของผู้นำจีนรุ่นที่ 5 อาทิ นโยบายเศรษฐกิจ สังคมจีน และต่างประเทศของจีน รวมถึงเรื่องธุรกิจบนอินเตอร์เน็ตหรือออนไลน์ (e-commerce) ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ที่สำคัญสำหรับผู้บริโภคจีนในปัจจุบัน และปรากฏการณ์ของสังคมของผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ต หรือ netizens ซึ่งปัจจุบันมี 600 กว่าล้านคน ซึ่งกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลเพราะสังคมอินเตอร์เน็ตดังกล่าวนี้จะเป็นปัจจัยกำหนดอนาคตของประเทศทั้งในด้านการเมืองและเศรษฐกิจ โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้เปิด weibo เพื่อเข้าถึงประชาชนจีนโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ตลอดจนเพื่อเผยแพร่การดำเนินการของสถานเอกอัคคราชทูตฯ ในการส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-จีน โดยเน้นการส่งเสริม soft power อาทิ การแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรมและการศึกษา ซึ่งไม่ถูกกำหนดโดยการเมือง และเป็นพันธกิจของสถานเอกอัครราชทูตฯ และเป็นพื้นฐานสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

     ทั้งนี้ ระหว่างรับประทานอาหารค่ำเอกอัครราชทูตฯ ได้ตอบคำถามต่างๆ ของนักเรียน และมี การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ข้อมูลและข้อคิดเห็นในประเด็นต่างๆ ซึ่งนักเรียนไทยต่างได้รับความรู้ความเข้าใจในเรื่องต่าง ๆ อย่างทั่วถึง และได้แสดงความขอบคุณเอกอัครราชทูตฯ ที่ได้จัดงานขึ้นในครั้งนี้

  

SHARE