บริการด้านกงสุล

กรุณานัดหมายล่วงหน้าที่เบอร์ (010) 8531 – 8769 หรือ ๑–๕๗๒–๗๓๑-๒๕๓๑
เวลาให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 09.00-11.00 น. และ 14.00 - 16.00 น.

หนังสือเดินทาง

ขอทำหนังสือเดินทาง สามารถนัดหมายได้ที่ ๑-๕๗๒-๗๓๑-๒๕๓๑
เวลาที่รับหนังสือเดินทาง 14.00 น.-16.00 น.
(ค่าธรรมเนียม 350 หยวน)

ระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ. 2548 กำหนดให้ออกหนังสือเดินทางแก่บุคคลสัญชาติไทยเท่านั้นทั้งนี้ สำหรับหลักเกณฑ์ในการได้สัญชาติไทย โปรดอ้างอิงในหัวข้อ “สูติบัตร/มรณบัตร

กรณีผู้ขอบรรลุนิติภาวะแล้ว

ให้มายื่นคำขอทำหนังสือเดินทางด้วยตนเองโดยมีหลักฐานและเอกสารประกอบ ดังนี้

หลักฐานและเอกสารยื่นประกอบ

  • แบบกรอกข้อมูลขอทำหนังสือเดินทาง 1 ชุด (สถานเอกอัครราชทูตฯ จะดำเนินการกรอกข้อมูลให้โดยคอมพิวเตอร์ และให้ผู้ร้องตรวจสอบความถูกต้องก่อนดำเนินการต่อไป)
  • หนังสือเดินทางฉบับจริงพร้อมสำเนา 1 ชุด
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 1 ชุด
  • สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ชุด
  • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ(กรณีชื่อไม่ตรงกันกับหลักฐาน)1 ชุด
  • สำเนาใบทะเบียนสมรส/หย่า 1 ชุด (หากมี)

กำหนดเสร็จ

ใช้เวลาประมาณ 2 เดือน นับจากวันชำระค่าธรรมเนียม (โดยเจ้าหน้าที่ของสถานเอกอัครราชทูตฯ จะโทรศัพท์ไปแจ้งให้ทราบ เมื่อหนังสือเดินทางส่งมาถึงสถานเอกอัครราชทูตฯ แล้ว ทั้งนี้ผู้ยื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทางจะต้องเดินทางมารับเล่ม ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ)

หมายเหตุ

  • หนังสือเดินทางมีอายุการใช้งาน 5 ปี และไม่สามารถแก้ไขและบันทึกรายการเปลี่ยนแปลงข้อมูลต่างๆ ในหนังสือเดินทางได้
  • ผู้ร้องฯ ต้องมายื่นเรื่องด้วยตนเองที่สถานเอกอัครราชทูตฯ เนื่องจากต้องบันทึกข้อมูลชีวภาพของแต่ละบุคคลลงในฐาน ข้อมูลคอมพิวเตอร์์
  • หากรายการข้อมูลในหนังสือเดินทางฉบับเดิมไม่ตรงกับข้อมูลทะเบียนบ้าน เช่น นามสกุล วัน เดือน ปีเกิด เป็นต้น ให้ไปยื่นขอแก้ไขรายการในทะเบียนบ้านที่อำเภอในประเทศไทยก่อน จึงสามารถยื่นทำหนังสือเดินทางใหม่ได้
  • ค่าธรรมเนียมหากชำระแล้วไม่สามารถเรียกคืนได้ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  • ระเบียบอาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
Group 96

กรณีผู้ขอยังไม่บรรลุนิติภาวะ

บุคคลที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะหรืออายุยังไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ ให้ัยื่นคําขอด้วยตนเองโดยมีบิดามารดาหรือผู้แทนโดยชอบธรรมเดินทางมาให้ความยินยอมด้วย พร้อมหลักฐานและวิธีการ ดังนี้

1. เอกสารของบุตร

แบบกรอกข้อมูลขอทำหนังสือเดินทาง 1 ชุด (สถานเอกอัครราชทูตฯ จะดำเนินการกรอกข้อมูลให้โดยคอมพิวเตอร์ และให้ผู้ร้องตรวจสอบความถูกต้องก่อนดำเนินการต่อไป)

  • หนังสือเดินทางฉบับจริงพร้อมสำเนา 1 ชุด (ถ่ายสำเนาทุกหน้าที่มีการบันทึกรายการแก้ไข)
  • สำเนาสูติบัตร 1 ชุด หรือ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 1 ชุด (หากเคยทำบัตรประจำตัว)
  • สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ชุด (หากเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านไทยแล้ว)
  • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ (กรณีชื่อไม่ตรงกันกับหลักฐาน) 1 ชุด

2. เอกสารของบิดามารดา หรือผู้แทนโดยชอบธรรม ที่เป็นคนไทย

  • สำเนาหนังสือเดินทาง 1 ชุด
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 1 ชุด
  • สำเนาทะเบียนบ้านจำนวน 1 ชุด
  • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ 1 ชุด (กรณีชื่อไม่ตรงกันกับหลักฐาน)
  • สำเนาใบทะเบียนสมรส/หย่า 1 ชุด (หากสมรสหรือหย่า)

3. เอกสารของบิดามารดา หรือผู้แทนโดยชอบธรรม ที่เป็นชาวต่างชาติ

  • สำเนาหนังสือเดินทาง หรือใบขับขี่รถยนต์ 1 ชุด
  • สำเนาใบทะเบียนสมรสไทย 1 ชุด (หากจดทะเบียนสมรส)

กำหนดเสร็จ

ใช้เวลาประมาณ 5 – 6 สัปดาห์ นับจากวันชำระค่าธรรมเนียม (เดินทางมารับเล่มที่สถานเอกอัครราชทูตฯ)

หมายเหตุ

  • หนังสือเดินทางมีอายุการใช้งาน 5 ปี และไม่สามารถแก้ไขและบันทึกรายการเปลี่ยนแปลงข้อมูลต่างๆ ในหนังสือเดินทางได้
  • กรณีที่บุตรได้สัญชาติจีนแล้ว ตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติของจีนกำหนดว่าบุตรจะไม่สามารถถือสัญชาติอื่นได้ หากปรากฎหลักฐานว่ามีการถือสัญชาติอื่น อาทิ มีหนังสือเดินทางของไทย อาจถูกถอนสัญชาติจีนได้
  • กรณีบิดาหรือมารดาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่สามารถมาลงนามยินยอมในคำร้องทำหนังสือเดินทางให้บุตรได้ ให้ยื่นคำร้องขอใบยินยอมที่อำเภอในประเทศไทยหรือที่กระทรวงการต่างประเทศไทยก่อน แล้วจึงนำมายื่นประกอบขอทำหนังสือเดินทางให้บุตร
  • กรณีที่บิดามารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันแต่มีชื่อบิดาในรายการบิดาของสูติบัตรบุตร ให้แนบใบปกครองดูแลบุตร (ป.ค.14) ซึ่งระบุยืนยันว่ามารดาเป็นผู้ปกครองดูแลแต่เพียงผู้เดียว
  • บิดามารดาและบุตรต้องมายื่นคำร้องฯ ด้วยตนเองที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ไม่สามารถยื่นคำร้องทางไปรษณีย์ได้ เนื่องจากบิดามารดาต้องลงนามยินยอมในคำร้องขอทำหนังสือเดินทางของบุตรต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่ และต้องบันทึกข้อมูลชีวภาพของบุตรลงในฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์
  • ค่าธรรมเนียมหากชำระแล้วไม่สามารถเรียกคืนได้ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  • ระเบียบอาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
Group 96

ขอทำหนังสือเดินทางใหม่ (สูญหาย/หมดอายุ)

(ค่าธรรมเนียม 350 หยวน)

หลักฐานและเอกสารยื่นประกอบ

  • แบบกรอกข้อมูลขอทำหนังสือเดินทาง 1 ชุด (สถานเอกอัครราชทูตฯ จะดำเนินการกรอกข้อมูลให้โดยคอมพิวเตอร์ และ ให้ผู้ร้องตรวจสอบความถูกต้องก่อนดำเนินการต่อไป)
  • (สำเนาหนังสือเดินทาง 1 ชุด (หากมี)
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 1 ชุด
  • สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ชุด
  • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ (กรณีชื่อไม่ตรงกันกับหลักฐาน) 1 ชุด
  • สำเนาใบทะเบียนสมรส/หย่า 1 ชุด (หากมี)

** กรณีหนังสือเดินทางสูญหายต้องมีเอกสารเพิ่มเติม ดังนี้ ใบแจ้งความ จากสถานีตำรวจในพื้นที่ที่หนังสือเดินทางหาย
Confirmation of Reporting the Loss of Passport จากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

กำหนดเสร็จ

ใช้เวลาประมาณ 8 – 9 สัปดาห์ นับจากวันชำระค่าธรรมเนียม (เดินทางมารับเล่มที่สถานเอกอัครราชทูตฯ)

หมายเหตุ

  • หนังสือเดินทางมีอายุการใช้งาน 5 ปี และไม่สามารถแก้ไขและบันทึกรายการเปลี่ยนแปลงข้อมูลต่างๆ ในหนังสือเดินทางได้
  • ผู้ร้องฯ ต้องมายื่นเรื่องด้วยตนเองที่สถานเอกอัครราชทูตฯ เนื่องจากต้องบันทึกข้อมูลชีวภาพของแต่ละบุคคลลงในฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์
  • หากรายการข้อมูลในหนังสือเดินทางฉบับเดิมไม่ตรงกับข้อมูลทะเบียนบ้าน เช่น นามสกุล วัน เดือน ปีเกิด เป็นต้น ให้ไปยื่นขอแก้ไขรายการในทะเบียนบ้านที่อำเภอในประเทศไทยก่อนจึงสามารถยื่นทำหนังสือเดินทางใหม่ได้
  • กรณีที่หนังสือเดินทางที่สูญหายมีใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) และใบอนุญาตให้พำนักในจีน (Residence Permit) ควรประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของจีนในพื้นที่เกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินการในทันที ทั้งนี้ ขั้นตอนเบื้องต้นที่ได้รับแจ้งจาก สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจีนมีดังนี้
  • ต้องลงประกาศหนังสือเดินทางหายในหนังสือพิมพ์จีนในท้องถิ่น จากนั้นจึงนำใบแจ้งความและบทความหนังสือไปติดต่อ ขอรับใบ Confirmation of Reporting the Loss of Passport จากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของจีน เพื่อมายื่นแก่สถานเอกอัครราชทูตฯ ในการจัดทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ต่อไป
  • Confirmation of Reporting the Loss of Passport จะมีอายุการใช้งาน 30 วัน สำหรับผู้ที่ต้องดำเนินเรื่อง Residence Permit จะต้องรีบติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อให้สามารถผลิตเล่มหนังสือเดินทางใหม่ได้ทันใน 30 วัน จากนั้นจึงนำ Confirmation of Reporting the Loss of Passport และหนังสือเดินทางเล่มใหม่ไปทำเรื่องขอให้ออก Residence Permit ใหม่ โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะออก Residence Permit ให้ ตามระยะเวลาที่คงเหลือของใบอนุญาตเดิม ขั้นตอนการดำเนินการอาจมีการเปลี่ยน ควรประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของจีน เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง
  • ค่าธรรมเนียมหากชำระแล้วไม่สามารถเรียกคืนได้ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  • ระเบียบอาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
Group 96

เอกสารแทนหนังสือเดินทาง (Certificate of Identity: C.I.)

(ไม่มีค่าธรรมเนียม)

หลักฐานและเอกสารยื่นประกอบ

  • คำร้องขอ ซี.ไอ. 1 ชุด (ขอรับที่สถานเอกอัครราชทูตฯ )
  • สำเนาหนังสือเดินทาง 1 ชุด และหน้าที่มีตราประทับวีซ่า (หากมี)
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 1 ชุด
  • สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ชุด
  • รูปถ่ายสีขนาด 1 นิ้ว 2 ใบ (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน ภาพหน้าตรง ไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่นกันแดด)
  • ใบแจ้งความในเขตท้องที่ที่ทำหนังสือเดินทางหาย
  • Confirmation of Reporting the Loss of Passport จากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของจีน

กำหนดเสร็จ

ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

สูติบัตร/มรณบัตร

การแจ้งเกิด

ถึงแม้บิดามารดามิได้จดทะเบียนสมรสกัน มารดา ก็มีสิทธิและหน้าที่ในการแจ้งเกิดบุตร

1. เอกสารของบิดาและมารดาสัญชาติไทย

  • คำร้องขอจดทะเบียนคนเกิด (ขอรับที่สถานเอกอัครราชทูตฯ หรือดาวน์โหลดจาก แบบฟอร์มคำร้อง)
  • บันทึกคำให้การของมารดา (โปรดมาให้การที่สถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อที่นายทะเบียนจะได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน)
  • หนังสือเดินทางฉบับจริง พร้อมสำเนา 1 ชุด
  • บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง หรือบัตรเหลืองติดรูปถ่าย หรือหนังสือรับรองบุคคลติดรูปถ่าย หรือ ใบต้นขั้วคำร้องขอมีบัตรประชาชน
    มีตรารับรองจากที่ว่าการอำเภอ หรือเอกสารรับรองบุคคลออกโดยกรมการปกครอง พร้อมสำเนาด้านหน้าและด้านหลัง 1 ชุด
  • ทะเบียนบ้านไทยตัวจริง หรือฉบับที่มีตรารับรองจากที่ว่าการอำเภอ หรือ แบบรับรองรายการทะเบียนราษฎร์ฉบับจริง พร้อมสำเนา 1 ชุด
  • รูปถ่ายสี 1 รูป (ถ่ายร่วมกัน 3 คน บิดา มารดา และบุตร หรือรูปถ่าย 2 คนคือมารดากับบุตรในกรณีที่ไม่มีบิดา)
    ไม่จำกัดขนาดแต่ควรเห็นหน้าชัดเจน
  • ทะเบียนสมรสไทย พร้อมสำเนา 1 ชุด หากบิดามารดาจดทะเบียนสมรสกัน
  • ใบรับรองบุตร กรณีบิดารับรองบุตร พร้อมสำเนา 1 ชุด

2. เอกสารประจำตัวบุตร

ต้นฉบับใบรับรองเกิดออกโดยโรงพยาบาล พร้อมสำเนา 1 ชุด โดยนำเอกสารดังกล่าวให้ Notary Public ในพื้นที่รับรองเอกสาร ในกรณีของประเทศจีน โปรดติดต่อกับสำนักงานนิติกรณ์ประจำพื้นที่ (Notary Service Office: 公证处)

3. เอกสารของบิดาหรือมารดาซึ่งเป็นคนจีนหรือชาติอื่นๆ

หนังสือเดินทาง หรือใบขับขี่รถยนต์ พร้อมสำเนา 1 ชุด

กำหนดเสร็จ

ประมาณ 1 ชั่วโมง

หมายเหตุ

กรณีบิดามารดาจดทะเบียนสมรส

  • บุตรมีสิทธิใช้นามสกุลบิดา หากประสงค์ให้บุตรใช้นามสกุลมารดา ทั้งบิดาและมารดาต้องทำหนังสือให้ถ้อยคำยืนยัน
  • สถานเอกอัครราชทูตฯ ไม่สามารถดำเนินการในกรณีที่บิดามารดาประสงค์ให้บุตรใช้นามสกุลของบุคคลอื่นที่มิใช่นามสกุลของบิดามารดา

กรณีบิดามารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรส

  • เด็กเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของมารดาและมีสิทธิใช้นามสกุลของมารดา
  • หากประสงค์ให้เด็กใช้นามสกุลบิดา บิดาและมารดาต้องทำหนังสือให้ถ้อยคำให้บุตรนอกสมรสใช้นามสกุลบิดา

การเพิ่มชื่อบุตรในทะเบียนบ้านไทย

  • ควรทำหนังสือเดินทางไทยให้บุตรที่สถานเอกอัครราชทูตฯ และเพิ่มชื่อบุตรเข้าในทะเบียนบ้านไทย หากไม่ทำการเพิ่มชื่อบุตรเข้าทะเบียนบ้านไทย บุตรจะเสียสิทธิในประเทศไทย เช่น บุตรอาจจะไม่สามารถเข้าโรงเรียนในประเทศไทยได้
  • สถานเอกอัครราชทูตฯ ไม่สามารถแจ้ง ที่ว่าการอำเภอไทยเพื่อเพิ่มชื่อเด็กเข้าทะเบียนบ้านไทยให้ได้ ท่านต้องไปแจ้งที่ว่าการอำเภอไทย ซึ่งโดยทั่วไปต้องไปติดต่อด้วยตนเอง เนื่องจากต้องแสดงหนังสือเดินทางไทยของเด็กที่ได้รับการประทับตราเข้าเมือง จากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองไทยไปแสดง อย่างไรก็ตาม ควรสอบถามจากที่ว่าการอำเภอ/เขตโดยตรง

สัญชาติ

  • แนวทางการพิจารณาได้สัญชาติไทยกรณีบุคคลเกิดนอกราชอาณาจักร
สัญชาติบิดา สัญชาติมารดา สถานภาพการสมรส สัญชาติบุตร
ไทย ไทย จด ไทย
ไทย ไทย ไม่จด ไทย
ไทย อื่นๆ จด ไทย
ไทย อื่นๆ ไม่จด ไม่ได้สัญชาติไทย
อื่นๆ ไทย จด ไทย
อื่นๆ ไทย ไม่จด ไทย
  • เด็กสามารถถือสองสัญชาติได้จนถึงอายุ 20 ปี จากนั้นต้องเลือกถือสัญชาติใดสัญชาติหนึ่ง ในกรณีที่สละสัญชาติไทย จะต้องยื่นคำร้องขอสละสัญชาติไทยด้วย หากอายุยังไม่ถึง 20 ปี ยังไม่สามารถยื่นคำร้องขอสละสัญชาติได้ ทั้งนี้ บิดาหรือมารดาไม่สามารถยื่นขอสละสัญชาติแทนบุตรได้ เนื่องจากการสละสัญชาติเป็นเรื่องเฉพาะตัว ผู้อื่นจึงไม่อาจยื่นคำร้องขอสละสัญชาติแทนได้ อย่างไรก็ตาม ตามกฎหมายจีนไม่อนุญาตให้มีการถือสองสัญชาติ ควรหารือกับหน่วยงานในท้องถิ่นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว
Group 96

แจ้งการตาย

เมื่อมีผู้เสียชีวิต ผู้แจ้งการตาย ได้แก่ ญาติ บุคคลที่ไปกับผู้ตาย หรือผู้พบศพ

เอกสารของผู้แจ้งการตาย

  • คำร้องการแจ้งตาย (ขอรับที่สถานเอกอัครราชทูตฯ หรือดาวน์โหลดจาก แบบฟอร์มคำร้อง)   
  • หนังสือเดินทางฉบับจริง    
  • บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง 

เอกสารแสดงตัวของผู้เสียชีวิต

  • ต้นฉบับหนังสือรับรองการตายซึ่งออกโดยหน่วยงานท้องถิ่น พร้อมสำเนา 1 ชุด โดยนำเอกสารดังกล่าวให้ Notary Public ในพื้นที่รับรองเอกสาร ในกรณีของประเทศจีน โปรดติดต่อกับสำนักงานนิติกรณ์ประจำพื้นที่ (Notary Service Office: 公证处)
  • หนังสือเดินทางฉบับจริง พร้อมสำเนา 1 ชุด
  • บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง หรือบัตรเหลืองติดรูปถ่าย หรือหนังสือรับรองบุคคลติดรูปถ่ายหรือใบต้นขั้วคำร้องขอมีบัตรประชาชน
    มีตรารับรองจากที่ว่าการอำเภอ หรือเอกสารรับรองบุคคลออกโดยกรมการปกครอง พร้อมสำเนาด้านหน้าและด้านหลัง 1 ชุด (หากมี)

กำหนดเสร็จ

ประมาณ 1 ชั่วโมง

หมายเหตุ

  • การจัดการเรื่องศพ รัฐบาลจีนมีบริษัทของรัฐที่รับดำเนินการให้โดยเฉพาะ
  • ญาติจะต้องประสานโดยลงนามมอบอำนาจให้บริษัทดังกล่าวเป็นผู้ดำเนินการ หากประสงค์ให้เผาศพ จะเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 10,000 หยวน แต่หากประสงค์จะส่งศพกลับประเทศไทยจะเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 36,000 หยวน ทั้งนี้ ควรสอบถามค่าใช้จ่ายโดยตรงกับบริษัทอีกครั้งหนึ่ง

การจดทะเบียนสมรส/หย่า

การจดทะเบียนสมรสหรือจดทะเบียนหย่าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ จะกระทำได้ เฉพาะการจดทะเบียนระหว่างบุคคลสัญชาติไทย หรือระหว่างบุคคลสัญชาติไทยกับต่างชาติ และเป็นการจดทะเบียนตามกฎหมายไทย ทั้งนี้ การขอจะทะเบียนฯ ต้องติดต่อนัดหมายล่วงหน้า อย่างน้อย 7 วันทำการ ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องส่งเอกสารประกอบให้เจ้าหน้าที่ล่วงหน้าเพื่อเตรียมจัดพิมพ์เอกสารที่เกี่ยวข้อง

1. การสมรส

1.1 การสมรสระหว่างคนไทยด้วยกัน

การขอจดทะเบียนสมรสผู้ที่จะทำการสมรสทั้งสองฝ่ายจะต้องยื่นคำร้องด้วยตนเองที่ สถานเอกอัครราชทูตฯ เนื่องจากคู่สมรสต้องลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียน และพยาน 2 คน โดยผู้ขอจดทะเบียนสมรสจะต้องเป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะแล้ว ในกรณีเป็นผู้เยาว์จะต้องมีหนังสือแสดงความยินยอมของผู้ปกครองมาแสดงต่อนายทะเบียน และต้องเตรียมเอกสารของผู้ร้องทั้งสองฝ่ายตามที่ระบุดังต่อไปนี้มาให้ครบถ้วน
  • คำร้องขอจดทะเบียนสมรส (ขอรับได้ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ หรือดาวน์โหลดจาก แบบฟอร์มคำร้อง)
  • บันทึกการสอบสวน (โปรดมาให้การที่สถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อที่นายทะเบียนจะได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน)
  • บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง หรือบัตรเหลืองติดรูปถ่าย หรือหนังสือรับรองบุคคลติดรูปถ่าย หรือ ใบต้นขั้วคำร้องขอมีบัตรประชาชน มีตรารับรองจากอำเภอ หรือเอกสารรับรองบุคคลออกโดยกรมการปกครองพร้อมสำเนาด้านหน้าและด้านหลัง 1 ชุด
  • ทะเบียนบ้านไทยตัวจริง หรือฉบับที่มีตรารับรองจากที่ว่าการอำเภอ พร้อมสำเนา 1 ชุด (สำเนาซึ่งที่ว่าการอำเภอรับรองมาจะต้องออกให้ภายใน 3 เดือนนับถึงวันที่มายื่น)
  • หนังสือเดินทางตัวจริง พร้อมสำเนา หน้าที่มีรูปถ่าย หน้าต่ออายุหนังสือเดินทาง และหน้าเปลี่ยนนามสกุล
    กรณี มีวีซ่า กรุณาถ่ายสำเนาหน้าวีซ่ามาด้วย 1 ชุด
  • ใบรับรองความเป็นโสดซึ่งออกโดยที่ว่าการอำเภอไทยไม่เกิน 3 เดือน โดยต้องผ่านการรับรองจาก
    กองสัญชาติและนิติกรณ์กระทรวงการต่างประเทศไทย

    กรณี ที่เคยทำการสมรสและเคยหย่าจะต้องมีหนังสือรับรอง(ออกโดยที่ว่าการอำเภอไม่เกิน 3 เดือน)ว่าไม่เคยทำการสมรสกับผู้ใด ภายหลังจากการหย่ามาแสดงด้วย (ต้องผ่านการรับรองจากกองสัญชาติและนิติกรณ์ กระทรวงการต่างประเทศไทย)
  • หากเคยแต่งงานมาก่อน ต้องนำใบสำคัญการหย่าตัวจริง หรือใบทะเบียนฐานะครอบครัวหย่า พร้อมสำเนา 1 ชุดมาแสดง
    กรณี ที่เป็นหญิงไทย และหย่ายังไม่ถึง 310 วัน จะต้องมีใบรับรองแพทย์ว่าไม่ได้ตั้งครรภ์มาแสดง
  • รูปถ่ายสีขนาด 1 นิ้ว จำนวน 1 ใบ

กำหนดเสร็จ

ประมาณ 30 นาที (ไม่มีค่าธรรมเนียม)

หมายเหตุ

  • ตามพระราชบัญญัติชื่อบุคคล ภายหลังการสมรสแล้ว คู่สมรสมีสิทธิเลือกใช้ชื่อสกุลของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตามที่ตกลงกัน หรือต่างฝ่าย ต่างคงใช้ชื่อสกุลเดิมของตนได้ โดยให้แจ้งต่อนายทะเบียนทราบ
  • ฝ่ายหญิงเมื่อสมรสตามกฎหมายไทยแล้ว ต้องเปลี่ยนคำนำหน้านามจากนางสาวเป็น “นาง” ด้วย

1.2 การสมรสระหว่างคนไทยกับจีน

การขอจดทะเบียนสมรสผู้ที่จะทำการสมรสจะต้องยื่นคำร้องด้วยตนเองที่สถานเอกอัครราชทูตฯ เนื่องจากคู่สมรสต้องลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียน และพยาน 2 คน โดยจะต้องเตรียมเอกสารของผู้ร้องทั้งสองฝ่ายตามที่ระบุดังต่อไปนี้มาให้ครบถ้วน

เอกสารของบุคคลสัญชาติไทย

  • คำร้องขอจดทะเบียนสมรส (ขอรับได้ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ หรือดาวน์โหลดจาก แบบฟอร์มคำร้อง)
  • บันทึกการสอบสวน (โปรดมาให้การที่สถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อที่นายทะเบียนจะได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน)
  • บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง หรือบัตรเหลืองติดรูปถ่าย หรือหนังสือรับรองบุคคลติดรูปถ่าย หรือ ใบต้นขั้วคำร้องขอมีบัตรประชาชน มีตรารับรองจากที่ว่าการอำเภอ หรือเอกสารรับรองบุคคลออกโดยกรมการปกครองพร้อมสำเนาด้านหน้าและด้านหลัง 1 ชุด
  • ทะเบียนบ้านไทยตัวจริง หรือฉบับที่มีตรารับรองจากที่ว่าการอำเภอ พร้อมสำเนา 1 ชุด (สำเนาซึ่งที่ว่าการอำเภอรับรองมา จะต้องออกให้ภายใน 3 เดือน นับถึงวันที่มายื่น)
  • หนังสือเดินทางตัวจริง พร้อมสำเนาหน้าที่มีรูปถ่าย หน้าต่ออายุหนังสือเดินทาง และหน้าเปลี่ยนนามสกุล
    กรณี มีวีซ่า กรุณาถ่ายสำเนาหน้าวีซ่ามาด้วย 1 ชุด
  • ใบรับรองความเป็นโสดซึ่งออกโดยที่ว่าการอำเภอไทยไม่เกิน 3 เดือน โดยต้องผ่านการรับรองจาก
    กองสัญชาติและนิติกรณ์กระทรวงการต่างประเทศไทย

    กรณี ที่เคยทำการสมรสและเคยหย่าจะต้องมีหนังสือรับรอง (ออกโดยที่ว่าการอำเภอไม่เกิน 3 เดือน) ว่าไม่เคยทำการสมรสกับผู้ใดภายหลังจากการหย่ามาแสดงด้วย (ต้องผ่านการรับรองจากกองสัญชาติและนิติกรณ์ กระทรวงการต่างประเทศไทย)
  • หากเคยแต่งงานมาก่อน ต้องนำใบสำคัญการหย่าตัวจริง หรือใบทะเบียนฐานะครอบครัวหย่า พร้อมสำเนา 1 ชุด มาแสดง
    กรณี ที่เป็นหญิงไทย และหย่ายังไม่ถึง 310 วัน จะต้องมีใบรับรองแพทย์ว่าไม่ได้ตั้งครรภ์มาแสดง
  • รูปถ่ายสีขนาด 1 นิ้ว จำนวน 1 ใบ

เอกสารของบุคคลสัญชาติจีน

  • หนังสือเดินทางตัวจริง พร้อมสำเนาหน้าที่มีรูปถ่ายและมีชื่อ 1 ชุด หรือใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ พร้อมสำเนาด้านหน้าและด้านหลัง
  • รูปถ่ายสีขนาด 1 นิ้ว จำนวน 1 ใบ
  • ใบรับรองความเป็นโสด

* เอกสารทุกอย่างต้องออกให้ภายใน 3 เดือน นับถึงวันที่มายื่น*

หมายเหตุ

ในบางกรณีสถานเอกอัครราชทูตฯ อาจขอเอกสารจำเป็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมด้วย

กำหนดเสร็จ

ภายใน 30 นาที (ไม่เสียค่าธรรมเนียม)

1.3 การสมรสระหว่างคนไทยกับคนสัญชาติอื่น

การขอจดทะเบียนการสมรสผู้ที่จะทำการสมรสทั้งสองฝ่ายจะต้องไปยื่นคำร้องด้วย ตนเองที่ สถานเอกอัครราชทูตฯ เนื่องจาก คู่สมรสต้อง ลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียน และพยาน 2 คน โดยจะต้องจัดเตรียมเอกสารของผู้ร้องทั้งสองฝ่ายตามที่ระบุดังต่อไปนี้มาให้ครบถ้วน

เอกสารของบุคคลสัญชาติไทย

  • คำร้องขอจดทะเบียนสมรส (ขอรับได้ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ หรือดาวน์โหลดจาก แบบฟอร์มคำร้อง)
  • บัตรประจำตัวประชาชนไทยตัวจริง หรือบัตรเหลืองติดรูปถ่าย หรือหนังสือรับรองบุคคลติดรูปถ่าย หรือเอกสารรับรองบุคคลที่คัดสำเนาจากฐานข้อมูลทะเบียนบัตรประจำตัวประชาชนที่มีรูปถ่าย พร้อมสำเนาด้านหน้า และด้านหลัง 1 ชุด
  • ทะเบียนบ้านไทยตัวจริง หรือฉบับที่มีตรารับรองจากที่ว่าการอำเภอ พร้อมสำเนา 1 ชุด
    (สำเนาซึ่งที่ว่าการอำเภอรับรองมาจะต้องออกให้ภายใน 3 เดือน นับถึงวันที่มายื่น)
  • หนังสือเดินทางตัวจริง พร้อมสำเนาหน้าที่มีรูปถ่าย หน้าต่ออายุหนังสือเดินทาง และหน้าเปลี่ยนนามสกุล
    กรณี มีวีซ่า กรุณาถ่ายสำเนาหน้าวีซ่ามาด้วย 1 ชุด
  • ใบรับรองความเป็นโสดซึ่งออกโดยที่ว่าการอำเภอไทยไม่เกิน 3 เดือน โดยต้องผ่านการรับรองจากกองสัญชาติ
    และนิติกรณ์กระทรวงการต่างประเทศไทย
    กรณี ที่เคยทำการสมรสและเคยหย่าจะต้องมีหนังสือรับรอง(ออกโดยที่ว่าการอำเภอไม่เกิน 3 เดือน) ว่าไม่เคยทำการสมรสกับผู้ใดภายหลังจากการหย่ามาแสดงด้วย (ต้องผ่านการรับรองจากกองสัญชาติและนิติกรณ์ กระทรวงการต่างประเทศไทย)
  • หากเคยจดทะเบียนหย่ามาก่อน ต้องนำใบสำคัญการหย่าตัวจริงหรือใบทะเบียนฐานะแห่งครอบครัวหย่าพร้อมสำเนา 1 ชุด
    กรณี ที่เป็นหญิงไทยต้องหย่ามาแล้วอย่างน้อย 310 วัน หากหย่ายังไม่ถึง 310 วัน จะต้องมีใบรับรองแพทย์ว่าไม่ได้ตั้งครรภ์มาแสดง
  • หากเคยเปลี่ยนชื่อมาก่อน
    กรุณา นำใบเปลี่ยนชื่อตัวจริง พร้อมสำเนา 1 ชุดมาแสดง
  • รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว 1 รูป

เอกสารของบุคคลสัญชาติอื่น

  • หนังสือเดินทาง พร้อมสำเนาหน้าที่มีรูปถ่ายและมีชื่อ 1 ชุด
  • หนังสือรับรองสถานะการสมรสออกโดยทางการของประเทศคู่สมรส ซึ่งจะต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ และได้รับการรับรองเอกสารจากสถานทูต/สถานเอกอัครราชทูตฯ ของประเทศคู่สมรส ซึ่งประจำประเทศจีน 1 ชุด
  • กรณีเป็นหญิงการสมรสเดิมสิ้นสุดลงจะต้องมีใบรับรองแพทย์ว่าไม่ได้ตั้งครรภ์มาแสดง
  • ใบรับรองการทำงาน 1 ชุด ที่ผ่านการประทับตราและรับรองจากสำนักงานนิติกรณ์ประจำพื้นที่ (Notary Service Office: 公证处)
  • ใบรับรองการเสียภาษี (1 ปี ย้อนหลัง) 1 ชุด ที่ผ่านการประทับตราและรับรองจาก Notary Public ของจีน
  • ใบรับรองเงินเดือน (3 เดือนย้อนหลัง) 1 ชุด ที่ผ่านการประทับตราและรับรองจากสำนักงานนิติกรณ์ประจำพื้นที่ (Notary Service Office: 公证处)
  • รูปถ่ายสีขนาด 1 นิ้ว 1 รูป

กำหนดเสร็จ

ประมาณ 30 นาที (ไม่เสียค่าธรรมเนียม)

หมายเหตุ

หากคู่สมรสชาวต่างชาติ ไม่ได้ทำงาน ให้เขียนจดหมายรับรองรายได้ของตนเอง แล้วนำไปประทับตรารับรองที่สำนักงานนิติกรณ์ประจำพื้นที่ (Notary Service Office: 公证处)
Group 96

2. การหย่า

การขอจดทะเบียนหย่าจะต้องไปยื่นคำร้องด้วยตนเองที่สถานทูตฯ เนื่องจาก ต้องลงลายมือชื่อต่อหน้า นายทะเบียน และพยาน 2 คน โดยจะต้องจัดเตรียมเอกสารของผู้ร้องทั้งสองฝ่ายตามที่ระบุดังต่อไปนี้มาให้ครบถ้วน

เอกสารของบุคคลสัญชาติไทย

  • คำร้องขอจดทะเบียนหย่า (ขอรับได้ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ หรือดาวน์โหลดจาก แบบฟอร์มคำร้อง)
  • บันทึกการสอบสวน(โปรดมาให้การที่สถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อที่นายทะเบียนจะได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน)
  • บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง พร้อมสำเนาด้านหน้าและด้านหลัง 1 ชุด
  • ทะเบียนบ้านไทยตัวจริง หรือฉบับที่มีตรารับรองจากที่ว่าการอำเภอ พร้อมสำเนา 1 ชุด (สำเนาซึ่งที่ว่าการอำเภอรับรองมาจะต้องออกให้ภายใน 3 เดือน นับถึงวันที่มายื่น)
  • หนังสือเดินทางตัวจริง พร้อมสำเนา หน้าที่มีรูปถ่าย หน้าต่ออายุหนังสือเดินทาง และหน้าเปลี่ยนนามสกุล
    กรณี มีวีซ่า กรุณาถ่ายสำเนาหน้าวีซ่ามาด้วย 1 ชุด 
  • หากเป็นการหย่าโดยคำพิพากษาของศาล ผู้ร้องต้องนำหลักฐานมาแสดง
  • ใบสำคัญการสมรสฉบับจริงที่ออกโดยสถานเอกอัครราชทูตฯ/สถานเอกอัครราชทูตฯ หรือที่ว่าการอำเภอไทยฝ่ายละ 1 ฉบับ หรือฉบับที่ มีตรารับรองจากที่ว่าการอำเภอ พร้อมสำเนา 1 ชุด (สำเนาซึ่งที่ว่าการอำเภอรับรองมาจะต้องออกให้ภายใน 3 เดือนนับถึงวันที่มายื่น)
  • รูปถ่ายสีขนาด 1 นิ้ว 1 รูป

เอกสารของบุคคลสัญชาติจีนหรือสัญชาติอื่น

  • หนังสือเดินทาง พร้อมสำเนาหน้าที่มีรูปถ่ายและมีชื่อ 1 ชุด หรือใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ พร้อมสำเนาด้านหน้าและด้านหลัง
  • รูปถ่ายสีขนาด 1 นิ้ว จำนวน 1 ใบ
  • ใบสำคัญการสมรสฉบับจริง (ทะเบียนสมรส)

กำหนดเสร็จ

ประมาณ 30 นาที (ไม่มีค่าธรรมเนียม)

หมายเหตุ

การปกครองบุตร

  • กรณีการหย่าโดยความยินยอม ให้ทำความตกลงเป็นหนังสือว่าฝ่ายใดจะปกครองบุตรคนใด หากตกลงกันไม่ได้หรือมิได้ตกลงกันให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาด
  • กรณีการหย่าโดยคำพิพากษาของศาล ศาลจะชี้ขาดให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือบุคคลภายนอกเป็นผู้ปกครอง

การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร

การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 99 วรรคสอง

บัญญัติให้ “ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งอยู่นอกเขตเลือกตั้งที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน หรือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งเป็นเวลาน้อยกว่าเก้าสิบวันนับถึงวันเลือกตั้ง หรือมีถิ่นที่อยู่นอกราชอาณาจักรย่อมมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือก ตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ”

คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.จึงได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร เนื่องจากกระทรวงฯ เป็นหน่วยงานหลักที่มีข้าราชการประจำการอยู่ในต่างประเทศ(สถานเอกอัครราชทูต หรือสถานกงสุลใหญ่) ซึ่งมีภารกิจหน้าที่ในการดูแล และให้การคุ้มครองช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศอยู่แล้ว

เพื่อจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร กระทรวงการต่างประเทศได้จัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร” ขึ้นภายใต้กรมการกงสุล เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2541 เพื่อเป็นหน่วยประสานงานระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หน่วยงานภายในประเทศที่เกี่ยวข้องกับสถานเอกอัครราชทูต หรือสถานกงสุลใหญ่ ในเรื่องการบริหาร และจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร

ผู้ทีี่มีถิ่นที่อยู่นอกราชอาณาจักร เช่น ไปทำงานไปศึกษาต่อ หรือ ผู้ที่จะเดินทางไปต่างประเทศในช่วงที่ใกล้จะมีการเลือกตั้ง และไม่สามารถกลับมาทันใช้สิทธิเลือกตั้งภายในประเทศ ถ้าประสงค์จะขอใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ต้องลงทะเบียนขอใช้สิทธิตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนด 

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

  • เป็นผู้มีสัญชาติไทย หริือมีสัญชาติไทยโดยการเปลี่ยนสัญชาติมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
  • เป็นผู้มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ในวันที่ 1 มกราคม ของปีที่มีการเลือกตั้ง
  • เป็นผู้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วไม่น้อยกว่า 90 วัน นับถึงวันเลือกตั้ง
  • มีถิ่นที่อยู่นอกราชอาณาจักร และได้แจ้งความประสงค์ขอลงทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรแล้ว

วิธีการลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร

  • กรอกคำร้องขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรด้วยตนเอง หรือส่งไปยังสถานเอกอัครราชทูต หรือสถานกงสุลใหญ่ ที่รับผิดชอบดูแลในเขตของท่านทางไปรษณีย์หรือทางโทรสาร (Fax) กรอกข้อมูลในแบบคำร้องฯให้ครบถ้วน (กรุณาเขียนตัวบรรจง) พร้อมให้
    เบอร์ติดต่อกลับ เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้สามารถติดต่อท่านได้ เมื่อพบปัญหาในการลงทะเบียนฯ พร้อมแนบสำเนาหนังสือเดินทาง หรือ
    สำเนาบัตรประชาชน **ไม่สามารถลงทะเบียน Online ได้**
  • ผู้ที่เคยลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรไว้กับ สถานเอกอัครราชทูต หรือ สถานกงสุลใหญ่ แล้ว หากมีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่
    หมายเลขโทรศัพท์ กรุณาแจ้งให้สถานเอกอัครราชทูต หรือ สถานกงสุลใหญ่ ทราบด้วย
  • รายชื่อสถานเอกอัครราชทูต หรือ สถานกงสุลใหญ่ของไทยในจีนที่สามารถลงทะเบียนฯ ได้ มีดังนี้
  • สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง
  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้
  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครกวางโจว
  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุณหมิง
  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู
  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิง
  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซีอาน
  • สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเซี่ยเหมิน
  • สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง

การแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรแต่ไม่ไปใช้สิทธิฯ นั้น ต้องแจ้งเหตุจำเป็นทีทำให้ไมอาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อเอกอัครราชทูตหรือกงงสุลใหญ่ด้วยตนเอง หรือทางไปรษณีย์ หรือทางโทรสาร หรือทำหนังสือมอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการดังกล่าวแทน ภายใน 7 วันก่อนการเลือกตั้ง หรือภายใน 7 วันนับแต่วันเลือกตั้ง

ผู้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งและมิได้แจ้งเหตุ จะต้องเสียสิทธิ 3 ประการ ดังนี้

  • สิทธิยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา
  • สิทธิสมัครรับเลือกตั้งและสิทธิได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น และผู้บริหารท้องถิ่น
  • สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นกำนัน และผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องถิ่น

การคุ้มครองและช่วยเหลือคนไทย

การเดินทางกลับประเทศไทย

สถานเอกอัครราชทูตฯ มีภารกิจในการดูแลและให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ตกทุกข์ได้ยากในเขตอาณาของสถานเอกอัครราชทูตฯ หากต้องการเดินทางกลับไทย ในการนี้ ขอให้ติดต่อฝ่ายกงสุลขอสถานเอกอัครราชทูตฯ หรืออาจขอให้ญาติ ติดต่อกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ โทร 0-2575-1047-9, 0-2575-1051 และ 0-2575-1053 

Group 96

กรณีเจ็บป่วย

  • สถานเอกอัครราชทูตฯ มีภารกิจในการดำเนินการประสานงานเพื่อช่วยเหลือคนไทยที่เจ็บป่วยตามความเหมาะสม ในการนี้ขอให้ติดต่อฝ่ายกงสุลขอสถานเอกอัครราชทูตฯ หรืออาจขอให้ญาติ ติดต่อกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ โทร 0-2575-1047-9, 0-2575-1051 และ 0-2575-1053
  • ผู้ป่วยที่ประสงค์เดินทางกลับประเทศไทยจะต้องได้รับคำยืนยันจากแพทย์ว่าสามารถขึ้นเครื่องบิน และกลับประเทศไทยได้
Group 96

กรณีถูกตำรวจจับ

กรณีถูกจับกุม คุมขัง หรือ ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา

เมื่อถูกจับกุมไม่ว่ากรณีใดก็ตาม ผู้ต้องสงสัยที่เป็นคนไทยมีสิทธิร้องขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจของจีนติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อขอคำแนะนำ และความช่วยเหลือต่างๆ เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิที่จำเลย หรือผู้ถูกกล่าวหาสมควรได้รับ และจะได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางช่วยเหลือตามกฎหมายท้องถิ่น รวมถึงช่วยติดต่อญาติในประเทศไทย หรือติดต่อจัดหาล่าม หรือทนายความให้ ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายในการจ้างล่ามหรือทนายความผู้ถูกจับกุมต้องเป็นผู้รับผิดชอบเอง

ทั้งนี้ ในระหว่างรอการประสานจากเจ้าหน้าที่ของสถานเอกอัครราชทูตฯ ขอให้ผู้ถูกจับกุม ละเว้นจากการดำเนินการใดๆ ที่อาจมีผลทางกฎหมายในภายภาคหน้า อาทิ การลงนามในหนังสือรับผิดตามข้อกล่าวหา หรือหนังสือใด ๆ จนกว่าจะได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ของสถานเอกอัครราชทูตฯ 

กรณีฉุกเฉิน นอกเวลาราชการ สามารถติดต่อได้ที่ ๑-๕๗๒-๗๓๑-๒๕๓๑

ผ่อนผันการเกณฑ์ทหาร

การเดินทางกลับประเทศไทย

1. นักศึกษาแจ้งมหาวิทยาลัยเพื่อออกใบรับรองสถานะการศึกษา

  • ใบรับรองฯ จะต้องเป็นภาษาจีนและอังกฤษ และต้องเป็นรูปแบบตามแบบฟอร์มที่ สอท. กำหนด เท่านั้น
  • กระดาษที่ใช้ในการออกใบรับรองฯ ต้องเป็นหัวกระดาษของสถานศึกษาเท่านั้น
  • ใบรับรองฯ ต้องมีตราประทับของสถานศึกษา
  • ใบรับรองต้องมีชื่อและเบอร์ติดต่อ จนท. ของ สนง. ที่ออกใบรับรองฯ
  • ใบรับรองฯ ต้องระบุว่านักศึกษากำลังศึกษาในระดับ คณะ สาขาวิชา สถานศึกษาใด และวิชาที่ศึกษามีหลักสูตรกี่ปี

หมายเหตุ *** หากทางสถานศึกษาออกใบรับรองเป็นภาษาจีนอย่างเดียว นักศึกษาต้องนำไปแปลและรับรองคำแปลกับ สนง. โนตารีพับลิคฯ และส่งผ่าน กต.จีน ตามขั้นตอนเดิม ก่อนจะมาขอยื่นเรื่องกับ สอท.***

2. นักศึกษานำใบรับรองฯ ไปแปลเป็นภาษาไทยตามแบบฟอร์มของ สอท. (นักศึกษาสามารถแปลเองได้ รับรองเองได้ หากไม่มีเครื่องพิมพ์ให้เขียนตัวบรรจงได้) และจัดเตรียมเอกสาร/หลักฐาน ดังนี้

  • รูปถ่ายสี 2 นิ้ว 1 ใบ
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • บัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับจริงและสำเนา)
  • หนังสือเดินทาง (ฉบับจริงและสำเนา)
  • ใบสำคัญทหารกองเกิน (แบบ สด.9) (ฉบับจริงและสำเนา)
  • หมายเรียกเข้ารับราชการทหาร (แบบ สด.35) (ฉบับจริงและสำเนา) ถ้ามี

3. นักศึกษาเดินทางมายื่นเรื่องขอหนังสือรับรองฯ ที่ สอท. ด้วยตนเอง

  • กรอกแบบฟอร์มคำร้องขอหนังสือรับรอง โดยต้องระบุด้วยว่าประสงค์ จะขอผ่อนผันกี่ปี

หมายเหตุ ขอให้ น.ศ. โทรนัดหมาย จนท. ล่วงหน้า

4. สอท. ออกหนังสือรับรองฯ โดยติดรูปถ่ายของนักศึกษาและเย็บเอกสารประกอบรวมเล่มพร้อมทั้งประทับตรา สอท. ในหนังสือรับรองฯ